Loading...

การปลูกข่า-ปลูกข่าครั้งเดียวให้ผลผลิตยาวนานต่อเนื่องถึง10ปีข่าแดงเป็นข่าพื้นบ้านปลูกง่ายแตกหน่อดี
“ข่า”ปลูกครั้งเดียวสามารถให้ผลผลิตได้ยาวนานต่อเนื่องถึง10ปีข่าที่ปลูกกันที่บ้านท่านาตำบลทุ่งน้อยอำเภอโพทะเลจังหวัดพิจิตรจะเป็นพันธุ์“ข่าใหญ่”หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า“ข่าแดง”ซึ่งเป็นข่าพื้นบ้านเป็นพันธุ์ที่ปลูกง่ายแตกหน่อดีให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี

มีปลูกกันตามบ้านอยู่แล้วแต่ต่อมามีความต้องการจากตลาดจึงเริ่มมีการปลูกไว้ตามหลังบ้านตามที่ว่างในสวนกันมากขึ้นจนตลาดมีความต้องการมากขึ้นแล้วราคาในการรับซื้อก็สูงขึ้นเรื่อยๆ
คุณทิวาอาสว่างผู้ใหญ่บ้านหญิงคนเก่งของหมู่ที่2บ้านท่านาตำบลทุ่งน้อยอำเภอโพทะเลจังหวัดพิจิตรโทร.(089)563-7084เป็นผู้นำเกษตรกรกลุ่มผู้ปลูกข่าโดยตั้งชื่อกลุ่ม“ข่าอินเตอร์”

ผู้ใหญ่ทิวาอธิบายว่าชื่อ“ข่าอินเตอร์”เพราะข่าที่นี่ทำแบบปลอดสารพิษแล้วสามารถส่งออกไปขายถึงประเทศอินโดนีเซียโดยผ่านผู้ส่งออกนอกจากจะขายตลาดในประเทศแล้วผู้ใหญ่ทิวาเล่าว่าตอนนี้ที่กลุ่มมีสมาชิกราว50ครัวเรือนพื้นที่ปลูกข่ารวมกันราว100ไร่ได้และมีแนวโน้มจะเพิ่มพื้นที่ปลูกมากขึ้นเพราะกำลังเป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าสนใจกำลังมาแรงตลาดตอบรับดีและมีอย่างต่อเนื่อง
ผู้ใหญ่ทิวาเล่าต่อว่าตอนนี้ราคาข่าดีมากราคารับซื้อดีมาอย่างต่อเนื่อง2-3ปีพ่อค้าเข้ามารับซื้ออย่างต่อเนื่องและดูจะเพิ่มปริมาณมากขึ้นด้วยข่าของที่นี่เริ่มมีชื่อเสียงทำข่าแบบปลอดสารพิษผ่านการรับรองได้สัญลักษณ์ตัวQจากกรมวิชาการเกษตรทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก

ตลาดที่เข้ามารับซื้อหลักๆคือจากตลาดไทสี่มุมเมืองและตลาดส่งออกไปอินโดนีเซียราคาซื้อขายข่ามีขึ้นลงบ้างแต่หลายปีที่ผ่านมาราคาดีมาอย่างต่อเนื่องทำให้เกษตรกรหรือเพื่อนเกษตรกรหันมาปลูกข่ากันมากขึ้นเพราะมั่นใจในรายได้หลักแสนบาทต่อไร่ต่อปีหรือมากกว่านั้นเพราะข่า สามารถขุดได้ทุกวันทั้งปีมีรายได้ทุกวันไม่เหมือนพืชอย่างอื่นเพียงเกษตรกรเอาใจใส่บ้างในเรื่องของการดูแลเช่นใส่ปุ๋ยคอกใส่ขี้เถ้าแกลบดำหรือฟางข้าวและการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ

ตอนนี้ราคาซื้อขายข่าอ่อนอยู่ที่กิโลกรัมละ37-40บาทเลยทีเดียว(ราคาเดือนเมษายนพ.ศ.2557)ส่วนข่าแก่ที่จะมีบ้างราคาราว20บาทต่อกิโลกรัมการขุดข่าได้ข่าจำนวน100กิโลกรัมเฉลี่ยจะได้ข่าอ่อนมาก80-90กิโลกรัมส่วนข่าแก่ก็จะมีเพียง10-20กิโลกรัมเท่านั้นข่าแก่จะมีน้อยเพราะข่าจะขุดออกจากกออย่างสม่ำเสมอเกษตรกรจะขุดเกือบแทบทุกวันทำให้ข่าแก่มีน้อย
ซึ่งหลายสิบครัวเรือนได้หันมาปลูกข่าเพียงอย่างเดียวแทนการทำนาข้าวหรือแบ่งพื้นที่ทำการเกษตรเดิมเช่นสวนมะนาวมาปลูกข่ากันมากขึ้นเพราะตลาดรับซื้อดีมีความต้องการตลอดทั้งปีมีการบริหารจัดการสวนไม่ยุ่งยากมากนักเป็นพืชที่ให้ผลผลิตเร็วหลังปลูกเพียง7-8เดือนเท่านั้นแล้วก็สามารถขุดขายได้ทุกๆวันหรือตามออเดอร์ที่พ่อค้าสั่งมาข่าปลูกเพียงแค่ครั้งเดียวแล้วเกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวได้นานนับ10ปีโดยไม่ต้องคอยปลูกใหม่ทุกๆปีเหมือนพืชชนิดอื่น

การเตรียมดินข่าเป็นพืชที่ชอบดินร่วนซุยชอบดินชื้นแต่ไม่ชอบน้ำแฉะและน้ำขังหากพื้นที่ไหนมีน้ำขังก็คงเป็นเรื่องยากสักหน่อยเพราะจะทำให้ข่าเน่าง่ายหรืออาจจะแก้ไขด้วยการไถเปิดหน้าดินก่อนขึ้นเป็นร่องลูกฟูกยกสูงขึ้นมาเหมือนแปลงปลูกผักเพื่อระบายน้ำดีแต่หากเป็นพื้นที่ราบปกติก็สามารถไถดะแล้วไถแปรไถเปิดหน้าดินอย่างน้อย50เซนติเมตรแล้วคลุกกับปุ๋ยคอกเก่าหรือปุ๋ยหมักเพื่อเป็นการเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดิน

การเตรียมต้นพันธุ์ข่าสำหรับปลูกข่าเป็นพืชที่ปลูกง่ายก็จริงแต่หากท่านใดมีโอกาสก็อยากจะแนะนำต้นพันธุ์ที่มาจากต้นแม่ที่มีอายุได้8-9เดือนขึ้นไปเพราะมีตามากและรากงอกใหม่ได้ง่ายเพียงแต่แยกแง่งตัดใบตัดรากออกให้หมดแล้วล้างให้สะอาดก็เป็นอันใช้ได้แต่หากท่านไม่สามารถหาต้นพันธุ์ได้นั้นก็หาซื้อตามตลาดโดยคัดเลือกหัวหรือแง่งที่มีตาตามข้อตัดแต่งส่วนที่เน่าหรือช้ำออกเพราะจะทำให้ลุกลามในภายหลังได้และเมื่อเสร็จแล้วก็นำไปแช่ในน้ำยากันเชื้อรา
หลังจากนั้นก็นำไปเพาะชำในแกลบดำหรือวัสดุปลูกชนิดอ่อนเช่นแกลบดำหรือขุยมะพร้าวแล้วรดน้ำให้ชุ่มเป็นเวลา10-15วันเพื่อรอให้รากงอกและแทงยอดออกมาใหม่หรือหากท่านใดนิยมการปลูกแบบบ้านๆก็ไม่ต้องพิถีพิถันอะไรมากก็สามารถปักลงดินแล้วรดน้ำได้เลยแต่ถ้าหากอยากให้อัตราการรอดสูงก็อาจจะต้องพึ่งพาการอนุบาลเสียเล็กน้อย

แต่การปลูกข่าของเกษตรกรที่บ้านท่านาตำบลทุ่งน้อยนั้นจะใช้วิธีซื้อพันธุ์แบบยกกอที่ปลูกเอาไว้หลังบ้านหรือชาวบ้าน เรียกว่า“ข่าดิน”คือข่าที่ปลูกกับดินมาไม่ใช่ข่าที่ปลูกในขี้เถ้าแกลบแบบนี้หรือซื้อพันธุ์จากชาวบ้านซื้อเหมายกกอเลยแล้วมาตัดใบตัดให้สูงสัก30เซนติเมตรจะไม่ใช้พันธุ์ที่ปลูกกันในแปลงเพราะหน่อข่าที่ได้มักจะไม่แข็งแรงมันเป็นข่าอ่อนเพราะข่าจากแปลงปลูกเชิงการค้านั้นเป็นข่าที่ได้รับการดูแลใส่ปุ๋ยอย่างต่อเนื่องทำให้หน่อข่าไม่แกร่งไม่แข็งแรงเมื่อนำไปขยายพันธุ์ปลูกต่อจะเหี่ยวตายในแปลงเสียหมด

การปลูกข่านั้นก็ไม่มีอะไรยุ่งยากขุดหลุมให้ลึกประมาณ1หน้าจอบไม่ต้องขุดลึกมากนักเพราะจะทำให้ขุดยากและทำให้ต้นเน่าง่ายหากควบคุมการให้น้ำไม่ดีแล้วอาจจะรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่า(หลีกเลี่ยงการใช้มูลวัวอย่างต่อเนื่องเพราะง่ายต่อการแพร่ของหนอนกอ)ตอนปลูกให้ตาของหน่อข่าชี้ขึ้นด้านบนโดยทิ้งระยะห่างระหว่างกอที่50×50เซนติเมตรใน1ไร่จะปลูกข่าได้จำนวน6,400หลุม(กอ)แต่ถ้าปลูกจำนวนมากเกษตรกรก็จะไถเป็นร่องเหมือนร่องมันสำปะหลังแล้ววางเหง้าข่าและใช้จอบเกลี่ยดินมากลบตาม

หลังจากปลูกแล้วควรมีการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอโดยสังเกตจากดินว่าควรมีความชุ่มชื้นอย่างเพียงพอของการเจริญเติบโตในช่วง1เดือนแรกเมื่อเห็นว่าต้นข่าตั้งตัวได้แล้วเกษตรกรควรจะมีการคุมโคนกอข่าด้วยแกลบดำเพราะแกลบดำจะช่วยรักษาความชุ่มชื้นช่วยในการบังแสงแดดและอบให้แง่งข่าหน่อข่าขาวสวยมีสีแดงสวยเป็นที่ต้องการของตลาดแกลบดำมีส่วนสำคัญมากในการปลูกข่าแดงทำไมไม่คลุมแกลบดำในช่วงแรกของการปลูกข่าเพราะแกลบดำจะอมความร้อนมากเกินไปทำให้หน่อข่าหรือกอข่าร้อนจนเกินไปแล้วคลุมด้วยฟางหรือวัสดุที่เหลือใช้ในท้องถิ่นเพื่อป้องกันการระเหยของน้ำแต่ถ้าจะให้แนะนำก็อยากจะให้หาวัสดุคลุมให้เรียบร้อยเพื่อรักษาความชื้นในดินและถึงแม้จะดูยุ่งยากในช่วงแรกแต่ก็เป็นผลดีในระยะยาว

จากนั้นก็เป็นการลงต้นพันธุ์โดยปลูกหลุมละ3-5ต้น(ต้นยิ่งมากยิ่งได้กอใหญ่และโตเร็ว)เมื่อปลูกต้นพันธุ์ลงไปเรียบร้อยก็กลบดินแค่พอปิดหน่อข่าไม่ต้องปลูกลึกมากเพราะจะทำให้เวลาขุดข่าขายจะขุดยาก
ขั้นตอนในการดูแลรักษาการให้น้ำก็ไม่ยุ่งยากมากถ้าเป็นในหน้าฝนการให้น้ำก็ไม่จำเป็นต้องให้ก็ได้แต่เกษตรกรต้องคอยดูแลแปลงไม่ให้น้ำขังแฉะถ้าเป็นที่ลุ่มก็ต้องยกแปลงปลูกให้สูงในช่วงของการเตรียมแปลงแล้วถ้าเป็นหน้าฝนก็ต้องมีทางระบายน้ำเวลาฝนตกต่อเนื่องไม่ให้น้ำขังแฉะส่วนถ้าเป็นในหน้าแล้งก็จะให้น้ำสัปดาห์ละ1-2ครั้งตามความเหมาะสมของสภาพอากาศและสภาพดินเกษตรกรต้องสังเกตเอาเองไม่มีหลักเกณฑ์

การให้น้ำในแปลงปลูกข่านั้นส่วนมากเกษตรกรก็จะใช้วิธีการสูบปล่อยน้ำลงในแปลงปลูกให้ทั่วและต้องให้ดินชุ่มและมีเกษตรกรบางรายเริ่มมีการใช้ระบบน้ำแบบสปริงเกลอร์เข้ามาใช้เพื่อความสะดวกและสามารถเพิ่มความชื้นให้กับข่าได้อย่างรวดเร็วอย่างที่บอก“ข่าเป็นพืชชอบแดดชอบความชื้นแต่ไม่ชอบน้ำขังแฉะ”

การใส่ปุ๋ยนั้นเกษตรกรที่นี่จะเน้นการใช้ปุ๋ยคอกอัดเม็ดที่มีขายอยู่ทั่วไปเช่นปุ๋ยขี้วัวขี้ไก่เป็นต้นเพราะสามารถใช้ได้สะดวกโดยจะใส่ตั้งแต่รองก้นหลุมแล้วใส่ทุกครั้งที่ขุดข่าก็จะใช้ปุ๋ยคอกอย่างสม่ำเสมอตามความเหมาะสมและอาจจะผสมกันเป็นปุ๋ยยูเรีย(46-0-0)บ้างเพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตบ้างในบางช่วงที่สังเกตเห็นว่าข่าไม่ค่อยงามใส่ปุ๋ยคอกทุกครั้งหลังที่ขุดข่าออกจากกอหรือจะเสริมด้วยปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพก็ขึ้นอยู่กับการดูแลของแต่ละคนเพราะข่ายิ่งดูแลดีก็จะเจริญเติบโตเร็วหน่อใหญ่ขุดขายได้เร็ว

ขั้นตอนการขุดข่าขายผู้ใหญ่ทิวาอธิบายว่าเมื่อปลูกข่าได้ราว7-8เดือนเกษตรกรก็จะเริ่มขุดข่าขายได้ครั้งแรกการขุดข่านั้นเกษตรกรจะขุดกันช่วงเช้าๆแล้วจะทำให้เสร็จในช่วงสายๆหรือช่วงเที่ยงของวันเพราะการขุดข่าถ้าขุดในช่วงสายหรือบ่ายแดดร้อนจะทำให้ข่าสีไม่สวยสีจะเขียวออกดำต้องขุดข่ากันในช่วงเช้าเท่านั้นใช้มีดตัดใบข่าที่ต้องการขุดทิ้งเสียก่อนเพราะเพื่อให้ง่ายต่อการขุดโดยการขุดจะไม่ขุดหมดทั้งกอโดยจะต้องเหลือต้นข่าเอาไว้อย่างน้อย5ต้น(หรือมากกว่านั้น)เพื่อเอาไว้เป็นส่วนเจริญขยายพันธุ์ต่อไปจากนั้นก็จะใช้จอบขุดรอบๆกอข่า(ระวังอย่าให้ขุดโดนหน่อข่าเสียหาย)

การขุดข่าจะขุดง่ายมากเพราะดินมีแกลบดำอยู่พอสมควรและไม่ได้ปลูกลึกมากนักทำให้การขุดข่าได้ง่ายคนขุดจะขุดแล้วเคาะหรือเขย่าเหง้าข่าเล็กน้อยดินก็จะหลุดออกจากรากแล้วรวบรวมให้อีกคนตัดแต่งรากเบื้องต้นออกและแยกข่าอ่อนกับข่าแก่ออกจากกันเมื่อรวบรวมข่าได้ตามที่ต้องการก็จะขนย้ายข่าไปล้างต่อเพื่อทำความสะอาดด้วยเครื่องฉีดน้ำซึ่งเครื่องฉีดน้ำนี้สามารถล้างข่าได้รวดเร็วและสะอาด
จากนั้นก็นำมาตัดแต่งรากให้สะอาดในรอบสุดท้ายก่อนนำไปแช่น้ำสารส้มสัก30นาทีแล้วนำขึ้นมาพักไว้ให้สะเด็ดน้ำก่อนนำไปบรรจุถุงรอพ่อค้ามารับสินค้าในช่วงบ่ายหรือช่วงเย็น

การใช้“สารส้ม”มีความสำคัญตอนนี้มีตลาดเข้ามาติดต่อมากเพราะเราทำปลอดสารพิษได้ตลาดเลยกว้างมากคือตลาดข่าสมัยก่อนมีปัญหาเรื่องการใช้น้ำยาแช่ข่าซึ่งคาดว่าเป็นน้ำยาฟอร์มาลินทำให้ข่าสดอยู่ได้หลายวันเกษตรกรทำลายตัวเองแต่ตอนนี้ก็ต้องเลิกการใช้น้ำยาหันมาทำเหมือนกลุ่มเราผู้ใหญ่ทิวาอธิบายว่ากลุ่มข่าอินเตอร์ของเราจะใช้การแช่น้ำสารส้มเพื่อให้ข่าสดเป็นการใช้วิธีแบบภูมิปัญญาชาวบ้านทำให้ข่าปลอดภัยตรวจสารพิษไม่มีตลาดชอบและทำให้ข่าของที่นี่มีชื่อเสียง
ส่วนหนึ่งของขั้นตอนสุดท้ายก่อนการบรรจุลงถุงใส(บรรจุ5กิโลกรัม)เมื่อเกษตรกรล้างและแต่งรากเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็จะมาถึงขั้นตอนที่จะทำให้หน่อข่าอ่อนคงความสดวางตลาดได้นาน4-5วันคือการแช่น้ำสารส้มวิธีการใช้สารส้มเกษตรกรจะกะการใช้เช่นน้ำสะอาด1โอ่งหรือน้ำสะอาดใน1ถัง100ลิตรจะใช้ก้อนสารส้มประมาณ1ก้อน(เท่าขนาดไข่ไก่)โดยเกษตรกรเมื่อรู้ว่าจะออกไปขุดข่าตอนเช้าก็จะเตรียมน้ำสะอาดใส่ถังหรือใส่โอ่งเอาไว้จากนั้นจะโยนก้อนสารส้มลงไปในถังน้ำเมื่อกว่าเกษตรกรจะขุดเสร็จล้างและตัดแต่งรากจนสะอาดแล้วนำข่ามาแช่น้ำก้อนสารส้มก็จะละลายหมดก้อนพอดีไม่ต้องเสียเวลามานั่งแกว่งสารส้มจนละลายแต่อย่างใดน้ำสารส้มจะทำหน้าที่ทำให้ข่าอ่อนคงความสดได้หลายวัน

การปฏิบัติหลังการขุดข่าทุกครั้งที่เกษตรกรขุดข่าสิ่งที่จะต้องปฏิบัติควบคู่กันไปทุกครั้งหลังการขุดข่าเสร็จสิ้นก็คือการกลบฝังหลุมที่เกษตรกรขุดข่าออกไปโดยกรณีเป็นแปลงปลูกใหม่ก็จะใช้ขี้เถ้าแกลบดำในการกลบหลุมใส่แกลบดำให้พูนเป็นหลังเต่าทั่วทั้งกอข่าโดยเหตุผลหลักคือเป็นการเติมวัสดุปลูกแล้วขี้เถ้าแกลบดำจะช่วยให้ข่ามีสีแดงสวยส่วนที่เป็นสีขาวก็ขาวสะอาดเป็นที่ต้องการของตลาดและขี้เถ้าแกลบดำทำให้การขุดข่าเป็นไปอย่างง่ายดายไม่เปลืองแรง
การปฏิบัติแบบนี้จะทำทุกครั้งหลังการขุดแต่แปลงที่ปลูกมานานพอสมควรขี้เถ้าแกลบดำในแปลงปลูกจะมีค่อนข้างเยอะพอสมควรเกษตรกรก็จะสามารถขุดเอาขี้เถ้าแกลบดำในแปลงมากลบหลุมปลูกได้ทันทีโดยไม่ต้องใส่ขี้เถ้าแกลบใหม่โดยอาจจะใส่เว้นช่วงได้

ถ้าเห็นว่าน้อยก็ค่อยเติมขี้เถ้าแกลบดำเพิ่มโดยขี้เถ้าแกลบดำจะเป็นวัสดุหลักที่เกษตรกรที่ปลูกข่าจะต้องใช้กันอย่างต่อเนื่องราคาขี้เถ้าแกลบตอนนี้คันรถสิบล้อราคาราว5,000บาททีเดียวโดยมีเกษตรกรเริ่มหาวัสดุมาทดแทนการใช้ขี้เถ้าแกลบดำลงเพื่อมาคลุมโคนกอข่านั้นก็คือฟางข้าวที่ได้จากที่นาของตัวเองผลการใช้ฟางข้าวในการคลุมโคนกอข่านั้นผลที่ได้ข่าก็ยังคงขาวสวยเช่นกันอีกเคล็ดลับหนึ่งหลังการขุดข่าเสร็จเกษตรกรก็ต้องใช้มีดตัดใบต้นข่าออกบ้างเพราะจะช่วยให้ต้นข่าไม่หักล้มจากลม
ข้อมูลจาก matichon.co.th, topicza.com
ภาพประกอบจาก : อินเตอร์เน็ต

Loading...