Loading...

เรื่องราวความเดือดร้อนของเกษตรกร นี้คือ กลุ่มเกษตรกร อ.หนองหงส์  โร่ร้องศูนย์ดำรงธรรมให้ช่วยเหลือ พร้อมวอนหน่วยงานเกี่ยวข้อง ช่วยตามเอาเงินค่าผักบุ้ง จากบริษัทแห่งหนึ่ง หลังมาประสานสหกรณ์การเกษตรหนองหงส์ จำกัด มาประกันราคาปลูกผักบุ้ง เมื่อเกษตรกรเก็บผักบุ้งได้แล้ว นำไปขายกลับเบี้ยวจ่ายเงินกว่า 2 แสนบาท

รายงานข่าวแจ้งว่า ได้มีเกษตรกรบ้านหนองบัวลี ต.ไทยสามัคคี อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ 7 ครอบครัว นำหลักฐานเป็นบัญชีการขายผักบุ้ง และสัญญาเงินกู้ ไปร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมกับศูนย์ดำรงธรรม อ.หนองหงส์ เพื่อให้ช่วยติดตามเงินขายผักบุ้ง กับบริษัทแห่งหนึ่ง ที่สหกรณ์การเกษตรหนองหงส์ จำกัด เป็นผู้ติดต่อมาเป็นคู่สัญญารับซื้อ แต่กลับไม่ได้เงินตามที่ตกลง กระทั่งเวลาผ่านล่วงเลยมานานร่วม 3 เดือน ยังไม่มีการจ่ายเงินที่จะได้รับรายละ 5,000-50,000 บาท เฉพาะเงินกลุ่มเกษตรกร 7 คนรวมเป็นเงินกว่า 200,000 บาท ทำให้ได้รับความเดือดร้อน ไม่มีเงินไปชำระหนี้สินที่กู้มาลงทุน และเงินค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือน

นางพนารัตน์  อายุ 53 ปี เกษตรกรบ้านหนองบัวลี บอกว่า เมื่อปลายปี 2560 ที่ผ่านมา สหกรณ์การเกษตรหนองหงส์ จำกัด ได้นำโครงการปลูกผักมานำเสนอ โดยจะมีบริษัทแห่งหนึ่ง  อยู่ที่จังหวัดขอนแก่น เป็นผู้ประกันราคาผลผลิตให้ โดยมีโปรแกรมการปลูกผักหลายชนิด มีทั้งผักบุ้ง มะเขือ ถั่วฝักยาว และผักอื่นๆอีกหลายชนิด ทำให้มีชาวบ้านสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 30 ครอบครัว โดยคุ้มของพวกตนจับกลุ่มกันได้ 7 ครอบครัว เลือกเอาโปรแกรมปลูกผักบุ้ง ซึ่งบริษัทประกันราคา กก.ละ 25 บาท พวกตนจึงเริ่มวางแผน โดยบริษัทยังได้นำพันธุ์ผักบุ้งมาให้อีกด้วย จึงนัดปลูกปลูกผักบุ้งกันตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค.60

นางพนารัตน์ บอกอีกว่า บริษัทยังได้บังคับให้ซื้อปุ๋ยของบริษัท โดยผ่านสหกรณ์การเกษตรหนองหงส์ รายละ 2,000-6,000 บาท โดยให้จ่ายเงินในภายหลัง ทำให้เกษตรกรยิ่งมั่นใจและมีความหวังจะขายผักบุ้งได้ในราคาที่ประกันไว้ และก่อนจะถึงวันเก็บผักบุ้ง ได้มีตัวแทนบริษัทมานัดหมายวันส่งผักบุ้ง พวกตนจึงเริ่มเก็บผักบุ้งในวันที่ 28 ม.ค.61 โดยมีตัวแทนของสหกรณ์การเกษตรหนองหงส์ เข้ามาควบคุมดูแลการขนส่ง แต่หลังจากเก็บไปแล้วเกษตรกรกลับไม่ได้รับเงินตามสัญญา มีการผลัดวันนัดจ่ายเงินมาโดยตลอด เมื่อสอบถามไปยังสหกรณ์การกเกษตรหนองหงส์ ก็พลัดวันไปอีกเหมือนกัน อ้างว่ากำลังเร่งติดตามทวงถามกับบริษัท  จนถึงขณะนี้ผ่านไปร่วม 3 เดือนก็ยังไม่ได้เงิน ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนจึงอยากจะให้หน่วยงานใดก็ได้ เข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านที่กำลังได้รับความเดือดร้อนในขณะนี้ แทบจะไม่มีเงินใช้จ่ายในครัวเรือน ทั้งมีหนี้สินนอกระบบที่กู้มาลงทุนอีกด้วย

ด้านนายโชค อายุ 63 ปี เกษตรกรอีกรายที่ได้รับความเดือดร้อนบอกว่า หลังจากดูแล้วไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.หนองหงส์ แต่ตำรวจไม่รับแจ้งความ พวกตนไม่มีทางออก ไม่รู้ว่าจะไปพึ่งใครแล้ว

 

นายโชค ยังบอกด้วยว่า ต่อมาสหกรณ์การเกษตรหนองหงส์ จำกัด ได้อนุมัติเงิน”กองทุนฟื้นฟูอาชีพ”ให้รายละ 20,000 บาท เพื่อเป็นการเยียวยา โดยได้มีการหักเงินค่าปุ๋ย ,ค่าพันธุ์ผักบุ้งออก รายละ 3,000-6,000 บาท ชาวบ้านส่วนหนึ่งก็ได้นำเงินที่เหลือมาชำระหนี้ค่าแรงที่ติดค้างกับแรงงานไว้ แต่เงินฟื้นฟูฯจำนวน 20,000 บาท ที่ได้รับมาเกษตรกรต้องทำสัญญาเงินกู้กับสหกรณ์การเกษตรหนองหงส์ จำกัด ไม่มีดอกเบี้ยแต่ต้องชำระตามกำหนด

ตอนนี้เท่ากับเกษตรกรต้องกู้เงินมาเยียวยาตัวเอง ส่วนเงินค่าผักบุ้งยังไม่มีใครได้รับแม้แต่บาทเดียว มีเพียงเกษตรกรอีกกลุ่มหนึ่งโชคดีที่ปลูกพืชชนิดอื่น เพราะอายุการเก็บเกี่ยวยาวกว่าผักบุ้งเมื่อทราบว่าไม่ได้เงินค่าผักบุ้ง ต่างไหวตัวเอาผลผลิตไปขายที่อื่น “ตอนนี้เกษตรกรกลุ่มนี้ประมาณ 11 ราย กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ไม่มีเงินใช้จ่ายและลงทุนการทำการเกษตรอย่างอื่น จึงอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาช่วยเหลือให้ได้รับเงินพร้อมแนะวิธีเอาผิดกับบริษัทให้มารับผิดชอบ”นายโชค ระบุ

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง นางสุบังอร สินประสิทธิ์ ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรหนองหงส์ จำกัด ได้รับคำตอบว่า ครั้งแรกได้มีบริษัทมาติดต่อให้เกษตรกรร่วมโครงการปลูกผัก โดยมีราคาประกันให้ ทางสหกรณ์ฯเห็นว่าเกษตรกรน่าจะได้ประโยชน์ จึงสอบถามความสมัครใจ จนมีคนเข้ามาร่วมโครงการกว่า 30 ราย หลังจากเกษตรกรไม่ได้รับเงิน ก็พยายามติดต่อกับบริษัทมาอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากนี้น่าจะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่ชัดเจนต้องคอยประชุมสอบถามคณะกรรมการก่อน

แหล่งที่มา : http://www.buriramtime.com

Loading...