Loading...

วัยรุ่นสร้างตัว ประโยคสั้น ๆ แต่มีความหมายสำหรับหนุ่มสาวที่กำลังจะเป็นผู้ใหญ่ เราต่างมองหาอาชีพที่ใช่ หนทางที่ชอบ เมื่อทำอะไรแล้วไปได้สวย เราก็พร้อมที่จะลุยเต็มที่ วันนี้เราอยากพาทุกคนไปรู้จักกับหนุ่มน้อยไฟแรง แถมใจกล้าไม้แพ้หนุ่มใหญ่เลยสักนิด นามของเขาคือ นายธีรชัย เที่ยงธรรม หรือที่ใครๆมักเรียกว่า “เล็ก” นั่นเอง

ชายหนุ่มร่างบางสูง ผมสั้นรองทรงสบายตาวัย 23 ปี จบมัธยมต้นจาก กศน. อำเภอขุนหาญ เขตพื้นที่การศึกษาศรีษะเกษเขต 4 สาขาวิชาการเกษตร หันหลังให้อาชีพรับจ้าง กัดฟันอดทน เอาชนะคำดูถูกด่าทอ ด้วยการพิสูจน์ตัวเอง จนเริ่มศึกษาช่องทางเกษตร สุดท้ายค้นพบและไปได้สวยเมื่อได้รู้จัก “เห็ดโคนน้อย”

เส้นทางกว่าจะพบรัก “เห็ดโคนน้อย”หลังจากเล็กเรียนจบชั้นมัธยมต้น เมื่อถึงวัย 19 ปี ได้ทำงานในอาชีพรับจ้าง แม้จะรู้สึกว่ามีรายได้มาก แต่รายจ่ายก็มากพอตัวจนไม่เหลือเก็บ เพียงไม่นานจึงตัดสินใจกลับมาอยู่บ้านและเริ่มศึกษาเรื่องเกษตรจากเว็บไซต์ต่างๆและสื่อออนไลน์ทุกรูปแบบ จนมีความตั้งใจมากที่จะลงมือทำเห็ดโคนน้อยเพราะลงทุนน้อยและ 7 – 8 วันก็สามารถคืนทุนได้

“ลองปลูกพืชเกษตรผสมผสานและเลี้ยงปลาดุก ควบคู่กับรับจ้างทั่วไปด้วย ขณะเดียวกันเริ่มศึกษาไปเรื่อยในระยะเวลาเพียง 1 ปี ตอนนั้นทำสวนถั่วฝักยาว รู้สึกว่าขายดีแต่นานมากกว่าจะได้ขาย เลยคิดว่าเราลงทุนไปกับการเกษตรบวกกับภาระที่ต้องกลับมาอยู่บ้าน ซึ่งต้องมีรายจ่ายที่สูงขึ้น เลยเริ่มหันหาแนวทางใหม่ที่จะคืนทุนและกำไรได้เร็วขึ้น จนมาเจอเห็ดโคนน้อย ที่สามารถเก็บขายได้ใน 7 วัน และมีราคาที่ค่อนข้างสูง 150 – 300 บาท ลงทุนน้อยและดูแลง่าย ปลูกได้ทุกฤดู” เล็กเล่า

เล็กศึกษาและทำความรู้จักกับเห็ดโคนน้อยด้วยตัวเอง ไม่ได้ผ่านการไปดูงานหรือเข้าอบรมจากที่ไหน สื่อออนไลน์ เว็บไซต์เกษตรต่าง ๆ และ youtube คือครูและเพื่อนที่เล็กใช้เพื่อเริ่มศึกษาในเชิงลึก จากนั้นตัดสินใจลงทุนครั้งแรก 6,000 บาท แบ่งออกเป็น ค่าผ้าพลาสติกคลุม 1,500 บาท ค่าอุปกรณ์ 500 บาทค่าแรง 1,000 บาท ค่าเชื้อเห็ด 1,200 บาท (สั่งซื้อทางออนไลน์จากจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งละ 100 ก้อน เป็นเงิน 1,200 บาท)

ค่าไม้ทำโครงโรงเรือน 1,800 บาท โดยโรงเรือนมีขนาด กว้าง 3 เมตร ยาว 4 เมตร สูง 3.50 เมตร ทำเป็นโรงเรือนที่คลุมด้วยพลาสติกดำทึบแสง ซึ่งในตอนแรกทำร่วมกับแฟน 2 คน ทุกวันนี้จึงเริ่มจ้างแรงงานจากญาติ หรือเรียกได้ว่าเป็นธุรกิจครอบครัว หากทำแค่ 1 – 2 โรงเรือน ใช้แรงงานเพียง 2 คนก็สามารถทำได้

ขั้นตอนและวิธีการเพาะเห็ดโคนน้อย เล็กอธิบายให้ฟังถึงวิธีเลือกเชื้อเห็ด ควรดูว่าเชื้อเดินเป็นสีขาวโพลนและไม่มีราปน รวมถึงลักษณะโรงเรือนควรอยู่ในที่ร่มแสงประมาน 35% และคลุมพลาสติกดำมิดชิดห้ามโดนลมอากาศ และเก็บความชื้นได้ดี อุณหภูมิที่เหมาะสมในโรงควรอยู่ที่ 33 – 38 องศา ความชื้นสัมพัทธ์ที่ 75-80%

หลังจากเตรียมโรงเรือนได้ประมานนี้ ให้ทำชั้นเพาะข้างในอย่างน้อย 2 – 3 ชั้น สำหรับปูฟาง จากนั้นเริ่มแช่ฟางในน้ำ 100 ลิตรผสมปุ๋ยยูเรีย 1 กิโลกรัม กากน้ำตาล 5 ขีด ผสมแช่ฟางนาน 2 วัน จากนั้นเริ่มเพาะโดยการนำฟางไปปูในชั้นโรงเรือนหนา 4 – 5 นิ้ว โรยเชื้อเห็ดที่ไม่มีราปนกลบหน้าฟางและโรยฟางอีกชั้นบาง ๆ

จากนั้นรดน้ำให้ชุ่มทั้งที่แปลงและที่พื้นโรง แล้วปิดโรงให้สนิทนาน 3 – 4 วัน แล้วจึงเปิดดูว่ามีใยขาว ๆ เดินทั่วฟาง ให้ใช้น้ำจากสายยางฉีดตัดใยเห็ดให้ขาด และปิดโรงไว้อีกประมาน 3 วัน เห็ดจะเริ่มออกให้เก็บ ครบ 7 – 8 วัน หากอุณหภูมิลงตัว หากอุณหภูมิต่ำ ประมาน 10 – 13 วัน

ระบบน้ำเล็กบอกว่า“ มีรดน้ำที่หลังคาและพื้นโรงในกรณีที่ความร้อนสูงมาตรฐาน น้ำที่ใช้มาจากน้ำบ่อบาดาล ห้ามใช้น้ำประปา และควรรดแค่ชุ่มพอประมาน ส่วนปุ๋ยเลือกประเภท ยูเรีย 46 – 0 – 0 ใช้แค่ตอนแช่ฟางที่เป็นวัสดุเพาะครั้งเดียว ปุ๋ย (อัตราผสมน้ำ 100 ลิตรต่อปุ๋ย 1 กิโลกรัมและกากน้ำตาล 5 ขีด) ”

เล็กแง้มบอกอีกว่าหากเพาะขายเชิงธุรกิจ ให้โละทิ้งหลังจากเก็บได้ครบ 10 วันแรก เพราะเห็ดจะเริ่มออกน้อยลงไม่ตรงตามออเดอร์ที่ขาย และอาจมีปัญหาในช่วงฤดูหนาว ที่อุณหภูมิอาจลดลงอย่างมาก เล็กเลือกใช้วิธีแก้ปัญหาแบบพื้นบ้าน โดยการนำเตาไฟเข้าไปต้มน้ำในโรงเรือนให้เดือดและระเหยเป็นไอร้อนทั่วโรงเรือนเพื่อเพิ่มอุณหภูมิ

การเก็บผลผลิต/การตลาด มาถึงการเก็บผลผลิต ควรเก็บในช่วงเวลาตั้งแต่ 9.00 น. ไปถึง 16.00 น. จะได้ดอกเห็ดที่มีคุณภาพน้ำหนักดีรสชาติหวานกรอบ ขนาดดอกใหญ่อวบเป็นที่ต้องการของตลาด เก็บได้ประมาน 30 – 40 กิโลกรัมต่อโรงเรือน และเก็บได้ทุกวันต่อเนื่อง 15 – 20 วัน

ปัจจุบันราคาเห็ดโคนน้อยในช่วงหน้าฝนราคาจะลดลง เนื่องจากเป็นฤดูเห็ดป่าที่ออกมาตามท้องตลาด จะขายที่กิโลกรัมละ 100 – 150 บาท ในช่วงหน้าแล้งจะมีราคาสูงและขายดี กิโลกรัมละ 150 – 300 ในบางพื้นที่ แม้ในช่วงที่เห็ดป่าราคาจะลดลง เล็กบอกว่าสามารถแปรรูปเป็นเห็ดดองเกลือได้ เพื่อเพิ่มมูลค่า

เมื่อมีคนเพาะ ก็ต้องมีคนซื้อ เล็กย้ำชัดเจนว่าการตลาดจึงเป็นสิ่งสำคัญ “เริ่มต้นจากการติดต่อแม่ค้าพ่อค้าจากผู้ค้าปลีกในตลาดสด ขายส่งให้เขากิโลกรัมละ 100 บาท และติดต่อตามร้านอาหารช่วงที่ขายดีที่สุดในรอบปีคือช่วงเทศกาลกินเจ มีเท่าไหร่ก็ไม่พอขาย”

เล็กบอกว่าโอกาสทางการตลาดเห็ดขณะนี้ มองว่ามีมากถึง 80% เพราะปัจจุบันคนหันมาดูแลสุขภาพและเห็ดก็เป็นอาหารที่นิยมนำมาปรุงกันมากมาย ตอนนี้จึงตั้งเป้าหมายไปที่การผลิตที่ได้มาตรฐานและมีการติดต่อทางประเทศเพื่อนบ้านเพื่อส่งออก ซึ่งขณะนี้ได้ส่งออกที่ลาว เวียดนาม รวมถึงส่งหัวเชื้อและคู่มือสอนเพาะเห็ด โดยใช้เฟสบุ๊คเป็นสื่อกลางในการติดต่อซื้อขาย

“การเตรียมความพร้อมสำหรับคนที่อยากทำ ต้องมีทุนสักนิด และพื้นที่พอเหมาะในการเพาะ ท่านต้องสร้างความมั่นใจในการทำการเกษตร หากทำด้วยความมั่นใจแล้วแน่นอนผลลัพธ์มันจะออกมาดีเสมอครับ ตอนนี้ผมรู้สึกว่ามีความสุขที่ได้ในสิ่งที่รักและได้อยู่ที่บ้านกับครอบครัว และมีรายได้ที่ถาวรในอนาคต” เล็กเอ่ยทิ้งท้าย

จากคำด่าทอในวันนั้นจนถึงวันนี้ เล็กเริ่มทำมาได้ 1 ปีเศษ ตอนนี้มีเงินเก็บ เฉลี่ย 20,000 บาทต่อเดือน และเริ่มพัฒนาจากผู้เพาะเห็ดมาเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายหัวเชื้อ ต้องบอกว่าเป็นการเดินทางที่แสนวิเศษสำหรับวัยรุ่นสร้างตัวคนนี้จริงๆ

สำหรับใครที่สนใจหรืออยากเรียนรู้เพิ่มเติม เล็กบอกว่ายินดีให้คำแนะนำ หรือเข้าไปหาความรู้ได้ในกลุ่มเฟสบุ๊ค “((สอนเพาะเห็ดโคนน้อย)) โดย เห็ดโคนน้อยขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ” งานนี้เล็กเป็นคนสอนเองเลยนะคะ

ขอบคุณที่มาจาก : kasetvoice.com

Loading...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here